เมื่อก่อน ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก เวลาที่มีคนบางว่า เขาเหงา อยู่ท่ามกลางคนมากมาย
แต่ตอนนี้ ผมเข้าใจดี ความเหงามันเหมือนเชื้อโรคร้าย ที่เมื่อเราติดเชื้อ และมีอาการมันจะเรื้อรัง
และไม่มีวันหาย
ต่อให้เราอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย เสียงหัวเราะ หรือแม้แต่ท่ามกลางคนที่รักเรา
หรือแม้แต่กำลังกอดใครอยู่ ก็เหงา
.. ครั้งหนึ่งผู้หญิงที่ผมเคยรัก...ส่งข้อความถึงผมว่า “เหงานัก ถึงแม้จะมีคนรอบข้างกายเต็มไปหมด”
ตอนนั้นเมื่อผมอ่านข้อความของเธอ ผมได้แต่นึกขำในใจ
อะไรกัน ทำให้คนอุ่นๆคนหนึ่งเหงาได้
แต่ไม่นานนักผมก็รู้...เมื่อมนุษย์ถูกสอนให้รักได้ เขาก็เหงาเป็น...
ช่วงนี้ผมได้แต่คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ
ที่มันมักวูบมา เหมือนการฉายหนังเก่าๆที่เราเคยผ่านตา ผ่านใจ
และรู้สึกกับมัน
เพลงที่ผมฟัง คนที่ผมคุยด้วย หนังสือที่ผมอ่าน รายการทีวีที่ผมดู
ไม่ว่าผมจะทำอะไร ไม่อาจสามารถจะหยุดที่ทำให้ผมเหงาได้
ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
หรือแม้แต่ความเจ็บปวด
ผมก็รู้สึกถึงมันน้อย
มันไม่ใช่ความทรมาน หรือความเจ็บปวดที่ทำให้เราอยากตาย
แต่ความเหงาเสียอีก
ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่อยากหายใจ
หรือลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น
แต่...ชีวิตก็จำต้องเดินต่อไป
ผมเคยบอกใครต่อใครเขาไปอย่างนั้น
เพื่อที่จะรู้ในที่สุดว่า ตัวผมเองที่ทำอะไรไม่ได้
นอกจากปล่อยให้ตัวเองนิ่งคิด
และทิ้งหัวใจไปกับความหลังบางเรื่องราว
นานเพียงใดที่ผมไม่ได้เขียนอย่างที่ใจคิด
หรือแม้แต่ที่รู้สึก
แต่อย่างหนึ่งที่ตัวผมไม่เคยหลอกตัวเองได้เลย
คือ ความเหงาที่จับจิตจับใจ
มันอยู่ลึก ลึกมากจนผมไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรได้นอกเหนือจากการยอมรับมัน
ผมรู้สึกถึงมันมากขึ้นๆ
แม้ว่ามีคนอยู่ต่อหน้า พูดจากับผมไม่หยุดหย่อน
ผมก็เหงา
มันเหมือนเราหยั่งเข้าไปเท่าไหร่ในหัวใจของเราก็ไม่มีวันจะถึงก้นบึ้งของมัน
ชีวิตนิ่ง อย่างพอใจ
หัวใจก็ดำดิ่งสู่ความมืดมิดที่ผมเคยชิน
และรู้สึกปลอดภัย
...
อีกยาวนาน ยาวนาน
...
ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังบนโลกใบนี้
ขอบคุณเสียงจากดินแดนแสนห่างไกล
ขอบคุณที่คิดถึงทุกวัน
…